บทที่ 8 เมื่อหัวใจพบรัก 3

ใช่ว่าอินทิยาทำธุระเสร็จตามบอกภาพิมล การมาเที่ยวผับคือแผนการของนิคโกโล ที่ขอร้องอินทิยาว่า ไม่ต้องมานอนค้างตามบอกภาพิมลไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดภาพิมล เธอยอมร่วมมือแต่โดยดี เพราะอยากให้เพื่อนรักสุขสมหวัง มีความสุข

“คุณรู้จักคนที่นี่หรอลินท์ เห็นทักหลายคน” เตชินท์ถาม เมื่ออินทิยามานั่งที่โต๊ะ เธอนั่งฝั่งตรงข้ามกับมาร์เซลโล่และริกการ์โด

“ฉันมาที่นี่บ่อยน่ะ เลยพอรู้จักคนบ้าง”

“คุณจะดื่มอะไร” คนเดิมถามต่อ

“ฉันจัดการเองค่ะ” ว่าแล้วอินทิยาผสมเหล้า สามหนุ่มแปลกใจ เพราะเธอผสมเหล้าเข้มมาก หนึ่งฝาครึ่งกับโค้กและน้ำแข็ง บอกให้รู้ว่า เธอเป็นนักดื่มคนหนึ่ง “ชนแก้วค่ะ”

ทั้งสี่ชนแก้ว นั่งดื่ม นั่งคุย นั่งฟังเพลงตามปกติ เช่นเคยหากอินทิยามาที่นี่ เมื่อเพลงจังหวะสนุกดังขึ้น เธอยืนข้างโต๊ะ ร้องเพลงตามและเต้น ท่วงท่าการเต้นนี้เอง ยิ่งทำให้มาร์เซลโล่ละสายตาจากอินทิยาไม่ได้ ดื่มไปมองเธอไป ตาเปล่งประกายปรารถนา

“ทำไมอยากเอาลินท์จังเลยวะ”

มาร์เซลโล่พูดกับตัวเอง ไม่เข้าใจว่า เหตุใดจึงรู้สึกเช่นนี้ มันกระตุ้นในหัวใจมาก ยามเธอโยกย้ายส่ายสะโพก เส้นผมปลิวไสวไปตามจังหวะ ยิ่งทำให้ร่างกายเขาร้อนรุ่ม จินตนาการว่า ตนกำลังอยู่เหนือร่างสาวที่ดิ้นเร้ารับความใคร่ที่เขาสาดใส คิดไปกายร้อน จนต้องยกแก้วเหล้าดื่มบรรเทาความรู้สึก

ทุกคนสนุกกับการร้องรำทำเพลง คนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในร้าน คนเดินนำหน้าเป็นชายวัยสามสิบสามปี เดินมาคู่กับสตรีวัยยี่สิบเจ็ดปี เขาและเธอเป็นพี่น้องกัน มีชื่อว่า จตุรงค์หรือบิ๊กกับมยุราหรือจั่นด้านหลังเป็นลูกน้องสี่คน ชายร่างสูงกว่าใครเพื่อนชื่อของเขาคือ นพศิลป์หรือเอ็ม สามีมยุรา

จบเพลงเร็วพอดี อินทิยาหยุดเต้น เห็นคนกลุ่มนั้น สีหน้าแววตาอินทิยาเปลี่ยนไปทันที เรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม เธอนั่งบนเก้าอี้ หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม มือข้างซ้ายจับส้อม

มาร์เซลโล่เป็นคนช่างสังเกต เขาเห็นปฏิกิริยาแปลกไปของอินทิยา ตั้งแต่เธอเห็นคนกลุ่มนั้น และตอนนี้อินทิยาส่งสัญญาณมือให้คนที่มากับเธอ ไม่ให้เคลื่อนไหวใด หรือพูดง่ายๆ คือให้นั่งดูเหตุการณ์ไปก่อน ชายคนแรกที่ดูเหมือนเป็นลูกพี่ใหญ่ เดินตรงมายังโต๊ะที่เขานั่งอยู่ ส่วนคนที่มาด้วย นั่งโต๊ะห่างออกไปสามโต๊ะ โดยมีนพศิลป์มองมายังอินทิยา มาร์เซลโล่กำลังสงสัยว่า อินทิยาคงมีเรื่องใดกับคนกลุ่มนี้แน่

“ว่าไงจ้ะที่รัก โทรไปไม่รับสายเลยนะ รู้มั้ยว่าคิดถึง” เก้าอี้โต๊ะที่อินทิยานั่งเป็นแบบทรงสูงหมุนได้ จตุรงค์ถือสิทธิ์ว่าที่คู่หมั้น จับบ่าสาวแล้วหมุนให้อินทิยาหันมาทางตน จตุรงค์โน้มหน้าเข้าหาดวงหน้าอินทิยาใกล้มาก “เจอกี่ครั้งก็ยังสวยเหมือนเดิม มิน่าไอ้เอ็มถึงได้รักนักรักหนา”

คนนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับอินทิยา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ทั้งสามนั่งมองอย่างระวัง หากมีเรื่อง พวกเขาพร้อมชาร์ต โดยเฉพาะมาร์เซลโล่ เขามองจตุรงค์ไม่ไหวติง แม้ฟังไม่เข้าใจว่า ทั้งสองพูดอะไรกันแต่พอเดาออกมา ต้องมีความสนิทกันมากแน่ ไม่เช่นนั้นคงทำอย่างนี้ไม่ได้ มาเฟียหนุ่มเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

“ฉันก็อยากรู้นักว่า เธอเด็ดแค่ไหน มันถึงลืมไม่ลง คืนวันแต่งงานฉันจัดชุดใหญ่ให้เธอแน่” คนพูดขยับหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด ริมฝีปากของเขาห่างกลีบปากอินทิยาไม่ถึงสามเซนติเมตร

อินทิยาไม่มีทีท่าตกใจ กลับทำนิ่งเฉยราวกับว่า ยอมให้จตุรงค์สัมผัสปากตน ทว่าร้อนรนในใจและตกใจคือ มาร์เซลโล่ ที่อยากลุกไปกระชากร่างจตุรงค์ให้ออกห่างอินทิยา

ไม่ใช่ว่าการนิ่งเฉยคือการยอม อินทิยาเตรียมพร้อมรับมือจตุรงค์ ว่าที่คู่หมั้นนิสัยเลวไว้ล่วงหน้า เธอใช้ความไว ในช่วงจตุรงค์ไม่ทันระวังตัว ส้อมในมือคืออาวุธห้ามเรื่องที่เขาคิดทำ

“โอ๊ย!” เสียงร้องตกใจระคนเจ็บดังจากปากจตุรงค์ เมื่อส้อมถูกปักลงไปตรงช่วงข้างลำคอ ซึ่งคนทำร้ายกะจุดได้พอดิบพอดีมาก ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่ เพียงแค่ให้เกิดความเจ็บ ไม่เพียงแค่นี้ เธอผลักจตุรงค์ให้ออกห่างตน ฝ่าเท้ากระแทกท้องเต็มแรง ว่าที่คู่หมั้นถอยร่นไปตามแรงถีบ

คราวนี้เกิดชุลมุน เมื่อลูกน้องจตุรงค์นำโดยนพศิลป์ปรี่เข้ามาหาเจ้านาย ที่นำมือมากุมตรงลำคอ โดยมีส้อมปักคา ชายสามคนที่นั่งดื่มเหล้ากับอินทิยา ต่างอึ้ง ตกใจกับเหตุการณ์ซึ่งหน้า ทั้งสามไม่คิดว่า อินทิยาร้ายและแรงมาก มาร์เซลโล่ไม่เคยเสียวสันหลังมาก่อน พอเห็นเขาถึงกับรู้สึกขั้นทันใด พวกเขาลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมหากเกิดเรื่อง

“มึงกล้าทำกูเหรอ” แม้เจ็บแต่ก็อาฆาต มองอินทิยาเขม็ง

“เออกูจะทำ มึงจะทำไม กูจะทำให้มากกว่านี้อีก” เธอเอี้ยวตัวไปหยิบขวดเหล้า หมายฟาดหัวนพศิลป์ อินทิยาทำตามความตั้งใจไม่ได้ เมื่อมีมือใครคนหนึ่งจับข้อมือเธอไว้

“อย่าลินท์ มันไม่คุ้ม” นพศิลป์ห้าม มองอดีตคนรักที่รักปักใจไม่เสื่อมคลาย ด้วยแววตาขอร้อง อินทิยาใจสั่นกับนัยน์ตาคู่นั้น ต่างฝ่ายต่างมองตากัน

“มันคุ้มสิ แค่ได้ฟาดหัวมันก็คุ้มแล้ว” อินทิยากระแทกเท้านพศิลป์ ผลักเขา ใช้ความไวที่มีก้าวเท้าตามจตุรงค์ที่เห็นท่าไม่ดี ทำกร่างไปอย่างนั้นก้าวเท้าหนี แต่ไม่ทัน เธอฟาดไปเต็มแรง ทว่าพลาดไปโดนช่วงหลังว่าที่คู่หมั้น เขาร้องดังลั่น

“โอ๊ย...” เสียงร้องนี้ไม่ใช่เสียงจตุรงค์ แต่เป็นเสียงมยุรา เธอเสียหลักล้มลงไปนั่งบนพื้น นพศิลป์เห็นเมียเจ็บตัวจึงเข้าไปช่วย ภาพความห่วงใยของนพศิลป์ ทำให้อารมณ์โกรธมาคู่ความหึงของอินทิยาพุ่ง อีกทั้งมีความชังน้ำหน้าจตุรงค์ เธอจึงเข้าไปซัดอีกฝ่าย

ครั้งนี้ไม่ง่าย ลูกน้องของจตุรงค์ปรี่เข้าหาอินทิยา ลูกน้องของอินทิยากรูเข้าไปช่วยเหลือ การออกหมัดจึงเกิดขึ้น อินทิยาร่วมสู้ด้วย แม้เป็นผู้หญิง เธอก็ไม่กลัว มาร์เซลโล่ ริกการ์โดและเตชินท์นิ่งเฉยได้ที่ไหน เข้าช่วยอินทิยาอีกทาง รวมถึงลูกน้องของอินทิยา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป